ช่วงเวลาหนึ่ง ในสงคราม *
posted on 21 Apr 2009 03:24 by visualartตอนปี พศ.2549 เริ่มรบกับโจรใต้แรกๆ ตอนนั้น ข่าวยังไม่ดังเฟื่องฟูขนาดนี้ โจรใต้ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก
แต่สำหรับพวกผมเรียกพวกมันว่า โจรใต้ มาตั้งนานแล้ว สิ่งที่มันทำเกินมนุษย์บนแผ่นเดียวกันจะทำกันได้
มันเผาโรงเรียน ยิงพระ ยิงครู ยิงเด็ก ยิงคนทำมาหากินอาชีพสุจริต
ผม ชื่อ "อั้ม" ครับ ตอนนั้นผมเป็นหัวหน้าอยู่หน่วยรบพิเศษ หน้าที่ของผมคืออะไรหรอ?
ง่ายๆครับ ummm Just A Simple คือ ฆ่าพวกมันให้ราบ แค่นั้นเอง วันนั้นผมยังจำได้ดี มันเป็นวันที่ผม
ไม่มีวันลืม คืนก่อนจะเกิดเหตุการณ์ ฝนตกหนักมาก พอรุ่งเช้า ประมาณ 0530น ( 05.30 ) ผมและพรรคพวก
อีก 3 นาย รวมผมเป็น 4 ได้ถูกมอบหมายคำสั่งจัดชุดลาดตระเวณไปตามแนวป่าแนวเขา เหมือนเคย
ผม เอก ตังค์ เปา พวกเรา 4 คน เดินเข้าไปในป่าลึกเหมือนเคย ผมเดินนำตามระบบการลาดตระเวณ
จัดแถวแบบจู่โจม คือ หน้า 2 หลัง 2 ทิ้งระยะ 5 เมตร ตอนนี้แสงสว่างยังไม่มากเท่าไร และมีหมอกลงจางๆ
พวกเราเดินลาดตระเวณได้สักพัก จนถึงเวลา 0615น (06.15) ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ผมไม่เคยคิดก็ได้เกิดขึ้น
เสียงปืนดังห่างออกไปอีกประมาณ 20 เมตร ปั๊งงงง!!! เอกล้มลงกระทันหัน ซึ่งอยู่ข้างๆผม
(ข้างหน้ามีเอกกับผม ข้างหลังมีตังค์กับเปา) หลังจากนั้นทกคนหมอบทันที ชักคันรั้งของปืน M16
เพื่อจะป้อนกระสุนนัดแรกเข้าสู่รังเพลิง
ผม : ไอเอกโดนยิง ไอเอกโดนยิง!!
ตังค์ : แล้วมันเป็นงัยบ้าง (พูดไปพร้อมกับยิงกราดกระสุนไปข้างหน้า คอยยิงสกัดเอาไว้เป็นระยะ)
ผมกระชากเอกขึ้นมาซึ่งนอนอยู่ข้างๆผม ทันใดนั้นตอนผมพลิกตัวเอกขึ้นมา เอกตายไปแล้วครับ
เอกได้จากพวกเราไปแล้ว โดนกระสุนทะลุเข้าที่เบ้าตาซ้าย กระสุนหมุนเข้าไปเป็นรูกลวงขนาดเท่าลูกเทนนิส
ผม : เอกตายแล้ว !!
เปา : ฝ่ายตรงข้ามผมไม่ทราบจำนวนครับ คาดว่ามีประมาณ 5 - 10 คน เอาอย่างไรดี!!
ตังค์ : ตอนนี้ถอยไม่ได้แล้ว มีทางเลือกแค่จะโดนยิงข้างหน้า หรือจะวิ่งหนีแล้วโดนยิงหลัง
มันก็จริงอย่างที่ตังค์พูด การโดนยิงข้างหลังเป็นสิ่งที่น่าอายในชีวิตทหาร ผมจึงคลานถอยไปรวมกับ 2 คนที่เหลือ
นั่งคุกเข่าประทับปืนยิง ตั้งหลักสู้กับมัน สู้แบบลืมตาย เพราะพวกผม ไม่คิดจะถอยอยู่แล้ว เราอยู่รบพิเศษ
เราถูกฝึกมาแบบนี้ ทันใดนั้น เสียงที่ผมไม่อยากได้ยินดังขึ้นอีกนัด " ฟุ๊บบบบบ" เสียงกระสุนทะลุเกราะอ่อน
ทิ่มเข้าไปช่วงไหล่ของตังค์ ตังเซแล้วล้มลง พวกเรารีบพยุงตัวขึ้นมา
ผม : เป็นงัยบ้าง โอเคมั้ย ไหวมั้ย?
ตังค์ : ยังไหว ปล่อยกู กูสู้ไหว กูยังถือปืนได้
สิ่งที่มันพูดไม่ตรงกับสิ่งที่ผมเห็น ตอนนี้เลือดไหลออกมาถึงเสื้อด้านนอกแล้ว และเลือกเป็นสีเข้มออกดำ
เห็นได้ชัดว่า อาจจะโดนเส้นเลือดใหญ่ แต่ยังงัยก็ช่าง ถึงพวกเราจะตาย ก็ขอลากมันไปลงนรกด้วยเถอะ
ตังค์ลุกขึ้นมาสู้ ผม เปา แบ่งกันยิง แยกกันยิงซ้าย ขวา และตังค์ยิงกลาง เก็บพวกมันไปได้ประมาณ 5
แต่พวกมันมีกำลังเสริมวิ่งมาช่วยอีกชุดนึง ประมาณ 7 คน เป็นชุดสังหาร เพราะดูจากการโพกผ้า
ไม่ทันไร เสียงปืนดังขึ้นอีก 1 ชุด ประมาณ 5 นัด ร่างของเปา ล้มลงไปนอนกับพื้น มือยังถือปืนอยู่
ผมและตังค์มองไปที่เปา ตอนนี้ เลือดออกปากแล้ว ผมช่วยเพื่อนไม่ได้อีกคนนึงแล้ว ผมสับสนมาก
ตอนนี้เหลือผมกับตังค์อยู่ 2 คน ผมตัดสินใจถอย เพราะถอยไปอีกไม่ถึง 200 เมตรจะเจอถนนตัดผ่าน
ผมลากเพื่อนกลับถอยหลัง มือข้างนึงลาก มืออีกข้างนึงชักปืนสั้นออกมายิงกดไว้เรื่อยๆ
ตอนนี้ ตังอยู่ในสภาพนั่งยืดขา ให้ผมลาก ส่วนมือก็คอยยิงปืนกลหนัก M16 คอยกดเอาไว้เรื่อยๆ
ลูกกระสุนปืนสั้นผมหมดแล้ว!! ระยะทางอีกแค่ 50 เมตร ผมตัดสินใจทิ้งปืน แล้วใช้2มือ
ลากเพื่อนผมออกจากตรงนั้น สักพัก ผมถึงริมถนน โล่งมาก ไม่มีรถผ่าน ทันใดนั้น ผมได้ยินเสียงรถกระบะ
ผมก้มลงไปพูดกับตังค์
ผม : รถมาแล้วนะเพื่อน ยังงัยต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้
ตังค์ : . . . . .
ตังตายแล้วครับ ผมเพิ่งเอะใจว่า ช่วง 50 เมตรสุดท้ายที่ผมลากเพื่อนมา ผมไม่ได้ยินเสียงเพื่อนผมยิงสกัดเลย
ตังค์โดนยิงที่ลำตัวเป็นแผลหลายนัด และที่คออีก 2 นัดครับ ส่วนผมตอนนี้โดนยิงที่เอว 1 นัด ค่อนข้างชาอยู่
รถกระบะมาจอดตรงหน้าผม ผมละสายตาจากตังไปที่รถกระบะ
โธ่เว้ยยย กลายเป็นกระบะของพวกมันเองอีก ผมหมดหนทางสู้แล้วครับ ผมทิ้งตัวลงไปนั่งคุกเข่าข้างๆศพเพื่อน
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน มันได้เกิดขึ้นอีกแล้ว และอีกครั้ง
กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง กริ้งงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!**
เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวนอนผมดังขึ้น โอ้ว เราแค่ฝันไป ฮ่าๆ โย่วๆ ไม่ตายนี่หว่า
ไอตัง ไอเปา ไอเอก ก็ยังอยู่ครบสบายดีทุกคน วู้ววววววววว
นี่แหละครับที่ผมอยากจะเล่าให้ฟัง บางทีแล้ว ความฝันมันเหมือนจริง จนน่าตื่นเต้นดีเนอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
* :.+。B L a c K Q u € e N z* :.+。